เคล็ดลับหน้าใสแบบลืมอายุ

Ad Blocker Detected

ขอรบกวนให้ท่านโปรดพิจารณาสนับสนุนเราโดยการปิดการป้องกันโฆษณาในรูปแบบต่างๆ (ad blocker) ก่อนเข้าชมเว็บไซต์ด้วยนะคะ หากปิดเรียบร้อยแล้วให้กดปุ่ม Refresh ได้เลยค่ะ

adsbygoogle

เคล็ดลับหน้าใสแบบลืมอายุ

เคล็ดลับหน้าใสแบบลืมอายุ, ทำยังไงให้หน้าใส, ทำยังไงให้หน้าเด็กสาวๆ ทำงานทั้งหลายที่วันๆ ก็ทัวทำแต่งานงกๆ จนลืมดูแลความสวยและความสาว พอส่องกระจกอีกก็ต้องตกใจ เพราะหน้าเหี่ยวๆ แก่ๆ ไม่รู้มาอยู่ในกระจกไอ้ยังไง ไปต้องตกใจไปหรอก เพราะคุณสามารถกลับมาสวยได้อีกแน่นอน

adsbygoogle

บางคนเมื่ออายุเข้าเลข 2 ปลายๆ หรือเลข 3 ต้นๆ รู้สึกว่าตัวเองแก่ไปถนัดตา ถ้าหากรอที่จะแก้ไขคงไม่ทันการณ์ ดังนั้นควรหาทางป้องกันการเหี่ยว ไม่สดใสก่อนจะดีที่สุด โดยทำได้ง่ายๆ ดังนี้

–          ดื่มน้ำรักษาความเต่งตึงให้กับผิว โดยดื่มวันละ 8 -10 แก้ว หรือมากเท่าที่คุณรู้สึกกระหาย น้ำจะทำให้คุณเปล่งหลั่งดูมีน้ำมีนวลและผิวตึงขึ้น

–          งดอบายมุขต่างๆ เช่นๆ บุหรี่ เหล้า ชา กาแฟ เพราะทั้งหมดนี้เป็นตัวบ่อนทำลายความสวยตัวฉกาจเลยเชียว

–          ออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยให้เลือดลมในร่างกายหมุนเวียนได้สะดวก ออกซิเจนสูบฉีดได้ดีไม่ติดขัด ถ้าทำได้คุณจะรู้สึกสดชื่นและสดใสอยู่เสมอ

–          ไม่ควรนอนดึก ต้องพักผ่อนให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย นั่นคืออย่างน้อยควรนอนให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน ผิวพรรณจะได้ไม่เหี่ยวหรือหมองคล้ำง่ายๆ

–          ทำความสะอาดและบำรุงผิวหน้าด้วยครีมต่างๆ อย่างเป็นปกติและสม่ำเสมอ

–          อย่าตากแดดมาก เพราะจะทำให้ผิวเหี่ยวง่าย เนื่องจากความชุ่มชื้นจะถูกทำลายจากความร้อน

–          ควรล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสหน้า จะได้ป้องกันแบคทีเรียต่างๆ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว

–          ทุกครั้งที่ใช้เครื่องสำอาง ควรล้างออกให้หมด เพื่อจะได้ไม่มีเครื่องสำอางตกค้าง เป็นปัญหาของสิวได้นั่นเอง

–          หากมีปัญหา แต่ไม่พบทางออก ก็ควรปรึกษาแพทย์ จะได้ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับผิวหน้าของคุณได้

ข้อปฎิบัติต่างๆ ในการทำให้หน้าดูเด็กอยู่เสมอนี้ ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่คุณอาจจะรู้อยู่แล้ว แต่นึกไม่ถึง ไม่มีเวลา มองข้ามไป ดังนั้นควรเตือนสติตัวเองอยู่เสมอๆ ว่าต้องไม่ขี้เกียจหรือมองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เด็ดขาด เพราะเรื่องเหล่านี้นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับความงามของคุณเอง

adsbygoogle

Related posts: